รายละเอียดข่าว

สดช.ลงพื้นที่ห่างไกล อ.ปัว จ.น่าน จัดกิจกรรม “สานฝันปันรักเพื่อน้อง” ครั้งที่ 3 ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

สดช.ลงพื้นที่ห่างไกล อ.ปัว จ.น่าน จัดกิจกรรม “สานฝันปันรักเพื่อน้อง” ครั้งที่ 3 ส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน เพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ศิริวัฒนโชค ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารจัดการเชิงนโยบาย ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “สานฝันปันรักเพื่อน้อง ครั้งที่ 3” ณ โรงเรียนบ้านกอกจูน และ โรงเรียนบ้านสกาดใต้ อ.ปัว จ.น่าน ช่วยให้น้อง ๆ เยาวชน และชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบริหารเทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า สดช. ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ การเข้าใจดิจิทัล และเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีให้แก่นักเรียนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ของปี 2566 ที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมเยียนน้อง ๆ ในพื้นที่ห่างไกล โดยพื้นที่ ต.ภูคา อ.ปัว จ.น่าน เป็นที่ทราบกันดีว่า การเดินทางค่อนข้างยากลำบากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ยิ่งทำให้เกิดอุปสรรคในการที่เด็ก ๆ จะได้เข้าถึง รู้จัก ใช้งาน หรือมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและอุปกรณ์ต่างๆ ยากมากยิ่งขึ้น โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้มาเห็นการดำเนินงานของโรงเรียน สัมผัสบรรยากาศ รับทราบถึงความต้องการของนักเรียนและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง โดยจะนำไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไป ตามนโยบายการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม และการพัฒนากำลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคสังคมดิจิทัล

“สดช. มีเป้าหมายในการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่เด็ก ๆ ทำให้รู้จัก เข้าใจ ใช้ได้ ใช้เป็น เหมาะสมกับวัยและการเรียนรู้ โดยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิธีการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์แท็บเล็ต เพื่อใช้ค้นคว้าหาความรู้ เสริมสร้างทักษะต่าง ๆ อาทิ วาดรูป เล่นเกมฝึกเชาว์ปัญญา ซึ่งก็เป็นบรรยากาศที่ทำให้เห็นถึงรอยยิ้มของความสุข ความสนุกสนาน และความตื่นเต้นของน้อง ๆ ที่ได้มีโอกาสสัมผัสและใช้เวลากับเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มที่ โดยมีเจ้าหน้าที่ สดช. เป็นผู้ให้คำแนะนำ ทั้งนี้ ขอขอบคุณผู้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมทุกท่านที่ได้ร่วมบริจาคสิ่งของมาให้ น้ำใจจากทุกท่านที่ได้รวบรวมมาในวันนี้ ได้ส่งต่อให้น้อง ๆ เยาวชน ได้มีอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา สิ่งของจำเป็นต่าง ๆ เสื้อผ้า ยารักษาโรค รวมถึงข้าวสาร อาหารแห้ง ไว้ใช้ทำกิจกรรมที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพการศึกษา กิจกรรมสานฝันปันรักเพื่อน้อง เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) โดยเรามีความตั้งใจและมุ่งหวังให้เด็กนักเรียนและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร เกิดการรับรู้ ความเข้าใจถึงบทบาทการดำเนินงานของ สดช. ขยายผลไปสู่การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้องและเหมาะสม พร้อมที่จะเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพของประเทศต่อไป” นายสมบูรณ์ฯ กล่าว

นายทินกร สวนทะ ครูรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกอกจูน อ.ปัว จ.น่าน กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 2 ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2548 ปัจจุบันเปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษา ในปีการศึกษา 2566 มีนักเรียนทั้งสิ้น 33 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 6 คน การเดินทางระยะทางจากพื้นที่ อ.ปัว ถึง โรงเรียน ประมาณ 20 กิโลเมตร โดยเป็นถนนลาดยางบนเส้นทางคดเคี้ยว 10 กิโลเมตร และถนนลูกรังประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง และถ้าหากเป็นช่วงฤดูฝนอาจมีอันตรายจากดินสไลด์ หรือพื้นที่เส้นทางที่เป็นดินอ่อนนุ่ม ทำให้การเดินทางจากภายนอกมายังโรงเรียนอาจมีอุปสรรคและความยากลำบาก ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ การเดินทาง และสภาพสังคมของชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ทำให้การเข้าถึงการศึกษา อุปกรณ์การเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ต อาจมีข้อจำกัดหรือมีน้อยเช่นกัน 

 “วันนี้ได้เห็นเด็ก ๆ นักเรียน ทำกิจกรรมร่วมกันกับทางทีม คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ สดช. ในนามของโรงเรียนบ้านกอกจูน ขอขอบคุณ สดช. และผู้ร่วมบริจาคทุกท่าน ที่ได้สนับสนุนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น นอกจากนี้จะนำสิ่งของบริจาค น้ำใจจากทุกท่าน ไปจัดสรรและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนและโรงเรียนต่อไป” นายทินกร กล่าว

 

กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง