BDE เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ รับมือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี รองรับความต้องการภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับประเทศ
BDE เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ รับมือการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี รองรับความต้องการภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลระดับประเทศ
วันนี้ (4 มีนาคม 2568) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม และภาคประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน อาทิ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (dapa) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมการค้าบิสคลับไทย สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สมาคมไทยไอโอที เป็นต้น ณ ห้องประชุมแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล กรุงเทพฯ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 หรือ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ฉบับนี้ ใช้บังคับครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลาถึง 6 ปี ถือว่าเป็นกฎหมายที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และรองรับความต้องการของภาครัฐและภาคธุรกิจ ซึ่งสภาดิจิทัลฯ เป็นองค์กรหลักของภาคเอกชนด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐในการผลิตและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล โดยมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคที่มีนัยสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จึงถือได้ว่ากฎหมายสามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งแล้ว
“พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล รวมทั้งมีนโยบายและแผนด้านการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวัน และเพิ่มการพัฒนาการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันส่งผลต่อเศรษฐกิจ ของประเทศและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม” นายเวทางค์ฯ กล่าว
ทั้งนี้ ภายในงานยังได้จัดการเสวนา ในหัวข้อ “สภาดิจิทัลฯ กับบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรจากผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน ที่ดำเนินงานสอดคล้องกับพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย นายลักษมณ์ เตชะวันชัย ผู้เชี่ยวชาญจากสภาดิจิทัลฯ นายนนทวัตต์ สาระมาน ผู้เชี่ยวชาญจากสภาดิจิทัลฯ และนายศุภวัฒก์ ศรีรุ่งเรือง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยมีนายวรพัฒน์ เมฆสวรรค์ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
ในส่วนการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บและข้อเสนอแนะ พระราชบัญญัติพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ) ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนี้ การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในวันนี้แล้ว BDE ยังได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบของแบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 หรือ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ตลอดจนนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และให้มีความเหมาะสมกับสถานณการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป
สำหรับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะในการจัดเก็บข้อมูลภายใต้โครงการฯ สามารถสรุปผลจากการมีส่วนร่วมได้หลายประเด็นด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น
1) การส่งเสริมจากสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันการแข่งขันสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องแข่งขันกับต่างประเทศ อยากให้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (“สภาดิจิทัลฯ”) กับภาครัฐผลักดันเรื่องการพัฒนาการแข่งขัน โดยอยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนในการใช้ Software ที่เป็นของคนไทย เช่น มาตรการในด้านภาษี และมาตรการแข่งขันทางการค้า
2) ความเป็นเอกภาคของสภาดิจิทัลฯ ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรา 6 (6) จะมีความขัดแย้งในด้านเอกภาพของการดำเนินงานของสภาดิจิทัลฯ หรือไม่ 3) บทกำหนดโทษ ให้ความเห็นว่า ควรปรับโทษอาญาให้เป็นโทษทางพินัย เป็นต้น
โดยหลังจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว BDE ได้นำผลจากการมีส่วนร่วมและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมทุกภาคส่วน มาใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 77 วรรคสอง รวมทั้งการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อไป
#BDE
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
วันนี้ (4 มีนาคม 2568) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ พระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม และภาคประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน อาทิ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (dapa) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สมาคมการค้าบิสคลับไทย สมาคมเทคโนโลยีเพื่อการตลาด สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สมาคมไทยไอโอที เป็นต้น ณ ห้องประชุมแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล กรุงเทพฯ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 หรือ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ฉบับนี้ ใช้บังคับครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นระยะเวลาถึง 6 ปี ถือว่าเป็นกฎหมายที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และรองรับความต้องการของภาครัฐและภาคธุรกิจ ซึ่งสภาดิจิทัลฯ เป็นองค์กรหลักของภาคเอกชนด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับภาครัฐในการผลิตและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล โดยมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาบุคลากรอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคที่มีนัยสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว จึงถือได้ว่ากฎหมายสามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งแล้ว
“พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัล รวมทั้งมีนโยบายและแผนด้านการประกอบธุรกิจหรืออุตสาหกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้รับประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในชีวิตประจำวัน และเพิ่มการพัฒนาการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อันส่งผลต่อเศรษฐกิจ ของประเทศและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยรวม” นายเวทางค์ฯ กล่าว
ทั้งนี้ ภายในงานยังได้จัดการเสวนา ในหัวข้อ “สภาดิจิทัลฯ กับบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรจากผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน ที่ดำเนินงานสอดคล้องกับพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย ดร.อธิป อัศวานันท์ ผู้อำนวยการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย นายลักษมณ์ เตชะวันชัย ผู้เชี่ยวชาญจากสภาดิจิทัลฯ นายนนทวัตต์ สาระมาน ผู้เชี่ยวชาญจากสภาดิจิทัลฯ และนายศุภวัฒก์ ศรีรุ่งเรือง ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยมีนายวรพัฒน์ เมฆสวรรค์ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
ในส่วนการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บและข้อเสนอแนะ พระราชบัญญัติพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 (พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ) ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนี้ การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในวันนี้แล้ว BDE ยังได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในรูปแบบของแบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาพระราชบัญญัติสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2562 หรือ พ.ร.บ. สภาดิจิทัลฯ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป ตลอดจนนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และให้มีความเหมาะสมกับสถานณการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป
สำหรับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะในการจัดเก็บข้อมูลภายใต้โครงการฯ สามารถสรุปผลจากการมีส่วนร่วมได้หลายประเด็นด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น
1) การส่งเสริมจากสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ปัจจุบันการแข่งขันสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์จะต้องแข่งขันกับต่างประเทศ อยากให้สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (“สภาดิจิทัลฯ”) กับภาครัฐผลักดันเรื่องการพัฒนาการแข่งขัน โดยอยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนในการใช้ Software ที่เป็นของคนไทย เช่น มาตรการในด้านภาษี และมาตรการแข่งขันทางการค้า
2) ความเป็นเอกภาคของสภาดิจิทัลฯ ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรา 6 (6) จะมีความขัดแย้งในด้านเอกภาพของการดำเนินงานของสภาดิจิทัลฯ หรือไม่ 3) บทกำหนดโทษ ให้ความเห็นว่า ควรปรับโทษอาญาให้เป็นโทษทางพินัย เป็นต้น
โดยหลังจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว BDE ได้นำผลจากการมีส่วนร่วมและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมทุกภาคส่วน มาใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 77 วรรคสอง รวมทั้งการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต่อไป
#BDE
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
