ดีอี แจงโครงการ TH-AI Passport จัดเก็บข้อมูล - ประมวลผลในไทย ตามกฎหมาย PDPA ย้ำรักษาความปลอดภัยสูงสุด เผยสัญญาปรับปรุงใหม่ใช้งบอย่างคุ้มค่าที่สุด
ดีอี แจงโครงการ TH-AI Passport จัดเก็บข้อมูล - ประมวลผลในไทย ตามกฎหมาย PDPA ย้ำรักษาความปลอดภัยสูงสุด เผยสัญญาปรับปรุงใหม่ใช้งบอย่างคุ้มค่าที่สุด
.
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการแถลงข่าวการติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของการลงทะเบียนล่วงหน้าในโครงการ TH-AI Passport โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
.
นายพชร กล่าวว่า ตามที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และจะสามารถเข้าสู่ระบบเริ่มการใช้งานจริงได้ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,132,496 ราย ( ข้อมูล ณ เวลา 13.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569)
.
ทั้งนี้เรื่องของสัญญาเดิมตามโครงการนั้น สดช. ใช้สัญญามาตรฐานตามตัวอย่างสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐกำหนด ซึ่งการกำหนดการจ่ายเงินตามสัญญาจะต้องกำหนดวงเงินที่แน่นอน ยกเว้นสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ (ซึ่งเป็นการแจ้งคำสั่งซื้อและจ่ายเงินตามจำนวนของที่ใช้งานจริง เช่น กรมราชทัณฑ์ซื้อข้าวสารอาหารสำหรับผู้ต้องขัง โรงพยาบาลสั่งวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงผู้ป่วย)
.
ขณะที่สัญญาซึ่งได้รับการแก้ไขใหม่ เป็นการจ่ายแบบ Pay Per Active User ซึ่งยังสอดคล้องกับสัญญาเดิม ที่จะจ่ายเงินตามการใช้งานจริงคือ บริษัทต้องส่งมอบแผนการดำเนินงานที่มีผู้เข้ามา login เป็นจำนวน 5,000,000 สิทธิแล้ว จึงจะตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน (กรณีไม่ครบ 5,000,000 สิทธิผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับตามข้อ 11 ของสัญญาเดิมในส่วนของผู้เข้ามา login จริง) การกำหนดการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User ตามสัญญาที่แก้ไขใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสัญญาเดิม โดยในการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาด้วยแล้ว
.
ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป
.
ในส่วนของผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์) จากการติดตามความคืบหน้าพบว่า ประชาชนมีข้อสงสัยต่อประเด็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน การประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ Dashboard โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด
.
นอกจากนี้โครงการ TH-AI Passport ได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) รวมทั้งไฟล์ภาพ รูป เสียง ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไปเทรน AI Model ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ AI จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน
.
ในส่วนกรณีการใช้โดเมนนามสกุล .go.th และ .net ไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะต้องใช้ .net โดยเมื่อเริ่มเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ จะเปลี่ยนการใช้โดเมนนามสกุลเป็น .go.th ทั้งนี้ประชาชนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางเดิม (.net) แล้ว ไม่ต้องดำเนินการใดๆ โดยถือว่าเป็นการลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะย้ายข้อมูลไปที่ไปยัง .go.th แบบอัตโนมัติให้ทันที
.
“กระทรวงดีอี ขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสัญญาฉบับใหม่นั้นถูกต้องตามกฎหมายและได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว โดยปรับการจ่ายเงินเป็นแบบ Pay Per Active User เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณนั้นเกิดความคุ้มค่าที่สุด ขณะที่เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลจะดำเนินการอยู่ในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด” ปลัดดีอี กล่าว
.
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://drive.google.com/.../1Y8N50vIo...
.
#ปลัดพชร
#เวทางค์ #เวทางค์พ่วงทรัพย์
#Wetang #WetangPhuangsup
#DE #BDE
#TheNationalBoardofDigitalEconomyandSocietyOffice
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#THAIPassport
.
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการแถลงข่าวการติดตามตรวจสอบความคืบหน้าของการลงทะเบียนล่วงหน้าในโครงการ TH-AI Passport โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE เข้าร่วม ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
.
นายพชร กล่าวว่า ตามที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และจะสามารถเข้าสู่ระบบเริ่มการใช้งานจริงได้ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 1,132,496 ราย ( ข้อมูล ณ เวลา 13.30 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569)
.
ทั้งนี้เรื่องของสัญญาเดิมตามโครงการนั้น สดช. ใช้สัญญามาตรฐานตามตัวอย่างสัญญาที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างและการพัสดุภาครัฐกำหนด ซึ่งการกำหนดการจ่ายเงินตามสัญญาจะต้องกำหนดวงเงินที่แน่นอน ยกเว้นสัญญาจะซื้อจะขายแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ (ซึ่งเป็นการแจ้งคำสั่งซื้อและจ่ายเงินตามจำนวนของที่ใช้งานจริง เช่น กรมราชทัณฑ์ซื้อข้าวสารอาหารสำหรับผู้ต้องขัง โรงพยาบาลสั่งวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเลี้ยงผู้ป่วย)
.
ขณะที่สัญญาซึ่งได้รับการแก้ไขใหม่ เป็นการจ่ายแบบ Pay Per Active User ซึ่งยังสอดคล้องกับสัญญาเดิม ที่จะจ่ายเงินตามการใช้งานจริงคือ บริษัทต้องส่งมอบแผนการดำเนินงานที่มีผู้เข้ามา login เป็นจำนวน 5,000,000 สิทธิแล้ว จึงจะตรวจรับและเบิกจ่ายเงิน (กรณีไม่ครบ 5,000,000 สิทธิผู้รับจ้างจะต้องถูกปรับตามข้อ 11 ของสัญญาเดิมในส่วนของผู้เข้ามา login จริง) การกำหนดการจ่ายเงินแบบ Pay Per Active User ตามสัญญาที่แก้ไขใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการจ่ายเงินมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสัญญาเดิม โดยในการแก้ไขสัญญาครั้งนี้ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาด้วยแล้ว
.
ด้านสิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro หลังจากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน และมีการสะสมคะแนน 100 คะแนนเป็นอย่างน้อยในแต่ละเดือน เพื่อรับสิทธิต่อในระดับ Innovator สำหรับใช้งานในเดือนต่อไป
.
ในส่วนของผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) จากนั้นจะต้องอบรมให้ได้คะแนน 100 คะแนน เพื่อเลื่อนระดับเป็น Innovator (ผู้สร้างสรรค์) จากการติดตามความคืบหน้าพบว่า ประชาชนมีข้อสงสัยต่อประเด็นเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ กระทรวงดีอีขอยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการเรียนออนไลน์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน การประมวลผลการลงทะเบียน การเรียนออนไลน์ การจัดทำ Dashboard โดยทั้งหมดจะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด
.
นอกจากนี้โครงการ TH-AI Passport ได้ออกแบบระบบให้มีการตรวจ คัดกรอง และปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหว ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ก่อนนำข้อมูลคำสั่ง (Prompt) รวมทั้งไฟล์ภาพ รูป เสียง ไปประมวลผลกับผู้ให้บริการ AI ต่างประเทศ ซึ่งผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลที่ประมวลผลไปใช้เพื่อประโยชน์อื่น หรือนำไปเทรน AI Model ของตนเองได้ และเมื่อส่งผลลัพธ์กลับมาแล้ว ผู้ให้บริการ AI จะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวภายหลังการประมวลผลเสร็จสิ้นอย่างแน่นอน
.
ในส่วนกรณีการใช้โดเมนนามสกุล .go.th และ .net ไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะต้องใช้ .net โดยเมื่อเริ่มเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ จะเปลี่ยนการใช้โดเมนนามสกุลเป็น .go.th ทั้งนี้ประชาชนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางเดิม (.net) แล้ว ไม่ต้องดำเนินการใดๆ โดยถือว่าเป็นการลงทะเบียนสำเร็จ ระบบจะย้ายข้อมูลไปที่ไปยัง .go.th แบบอัตโนมัติให้ทันที
.
“กระทรวงดีอี ขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงสัญญาฉบับใหม่นั้นถูกต้องตามกฎหมายและได้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว โดยปรับการจ่ายเงินเป็นแบบ Pay Per Active User เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณนั้นเกิดความคุ้มค่าที่สุด ขณะที่เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลจะดำเนินการอยู่ในประเทศไทย และปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด” ปลัดดีอี กล่าว
.
ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://drive.google.com/.../1Y8N50vIo...
.
#ปลัดพชร
#เวทางค์ #เวทางค์พ่วงทรัพย์
#Wetang #WetangPhuangsup
#DE #BDE
#TheNationalBoardofDigitalEconomyandSocietyOffice
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#THAIPassport
