สัมมนาเทคโนโลยีในหัวข้อ “Innovative Video Cloud Leads the Evolution of Video Surveillance”
“Innovative Video Cloud Leads the Evolution of Video Surveillance”
นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวในงานสัมมนาเทคโนโลยีในหัวข้อ “Innovative Video Cloud Leads the Evolution of Video Surveillance” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561 ณ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด อาคาร จี ทาวเวอร์ ว่า
การพัฒนาการให้บริการ Cloud Computing ในประเทศไทยในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และมีแนวทางในการพัฒนาระบบหรือกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ ให้เกิดผู้ประกอบการที่ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสภาพแวดล้อมด้านเทคโนโลยี และ/หรือ โครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มั่นคงปลอดภัย หรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น บริการโครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่เสมือนสาธารณูปโภค(Infrastructure as a Service, Platform as a Service, Cloud Computing) เป็นต้น โดยในการนี้ รัฐอาจร่วมดำเนินการกับผู้ประกอบการในรูปแบบ Public – Private - Partnership หรือ PPP หรือสร้างแรงจูงใจในการลงทุนภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งการมีกฎหมายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้ประกอบการและอุตสาหกรรม ซึ่งกฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันควรต้องมีการทบทวนปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยี พร้อมทั้งมีกลไกในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งเพื่อสร้างแรงจูงใจและส่งเสริมให้เกิดการคิดค้นหรือสร้างทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมที่เป็นของไทย ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอยู่ระหว่างการจัดทำนโยบายอินเทอร์เน็ตแบบใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Cloud Policy) โดยใช้มาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับ
ทั้งนี้ เทคโนโลยี Cloud computing เป็นทั้งโมเดลธุรกิจและแนวโน้มด้านเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายๆ ประเทศ เพราะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้และทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้ อีกทั้งสร้างรายได้และประหยัดงบประมาณในการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หากแต่ยังต้องการการส่งเสริมให้เกิดการใช้งานและสามารถพัฒนารูปแบบธุรกิจออกไปได้อย่างหลากหลาย และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เด่นชัด คือ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีทุนไม่มากนักในการติดตั้งและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขององค์กรที่ต้องมีการลงทุนสูง และต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง Video Surveillance เป็นอีกตัวอย่างของการใช้งานระบบกล้อง CCTV บนระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ซึ่งระบบกล้องวงจรปิดหรือ CCTV นั้นถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่องค์กรทุกวันนี้จะขาดไปไม่ได้เลย เพราะถึงแม้การโจมตี Cyber security จะซับซ้อนขนาดไหน แต่การรักษาความปลอดภัยขององค์กรขั้นพื้นฐานนอกเหนือไปจากการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลนั้นก็ยังคงมีความสำคัญอยู่ ทำให้ CCTV นั้นยังคงเป็นระบบที่ได้รับการตอบรับจากภาคองค์กรและมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเสมอ ๆ ทางสำนักงานฯ และ บริษัท Huawei จึงได้นำเสนอแนวทางใหม่ที่จะช่วยให้เหล่าองค์กรสามารถใช้งานระบบ CCTV ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องลงทุนทางด้านระบบ IT Infrastructure สำหรับจัดเก็บข้อมูลวิดีโอย้อนหลังและไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาอุปกรณ์หรือระบบจัดเก็บข้อมูลเอง อีกต่อไป โดยให้องค์กรได้เรียนรู้เทคโนโลยี Video Surveillance as a Service (VSaaS) หรือเรียกสั้นๆ ว่าเป็นระบบ Cloud CCTV นั่นเอง”
