รายละเอียดข่าว

สดช.จัดอบรมเพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ และการควบคุมภายในของหน่วยงาน

         สดช.จัดอบรมเพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ และการควบคุมภายในของหน่วยงาน


           เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2562 สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำกระบวนงานเพื่อยกระดับการบริการภาครัฐ และการควบคุมภายในของ สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ โรงแรม บัดดี้ โอเรียนทอล ริเวอร์ไซด์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  โดยมีนางปิยะนุช วุฒิสอน เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นประธาน ซึ่งมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อเป็นการยกระดับการทำงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
          ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะนําพาประเทศไทยก้าวสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0” หรือ “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเป้าหมาย การขับเคลื่อน “ประเทศไทย 4.0” คือ การก้าวไปสู่การเป็น “ประเทศที่มีรายได้สูง” ด้วยนวัตกรรมที่มีการนําเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ซึ่งหากประเทศไทย สามารถขับเคลื่อนไปได้จริง เศรษฐกิจและสังคมก็จะเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้ อย่างแท้จริง
          จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่กล่าวมาข้างต้น ระบบราชการไทย จําเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและปฏิรูปเพื่อรองรับนโยบายนี้ ด้วยการพัฒนาระบบราชการให้เป็น ระบบราชการ 4.0 ให้มีการทํางานที่เปิดกว้างเชื่อมโยงกัน การทํางานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (Citizen - Centric Government) และเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย (Smart & High Performance Government) ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0 อีกทั้งตามพระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2554 ได้มีแผนการยกระดับการบริการภาครัฐ ระยะที่ 2 โดยกําหนดให้หน่วยงานราชการ ต้องดําเนินการตามแผนงาน ซึ่งหนึ่งในแผนงานคือการจัดทําคู่มือ กระบวนงาน สําหรับประชาชนเพื่อ เป็นการลดขั้นตอนและระยะเวลาการให้บริการประชาชน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 – 50
           สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. มีภารกิจในการจัดทําร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม และเป็นศูนย์กลางประสานงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งนโยบายและแผนเฉพาะด้าน การดําเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรไม่แสวงผลกําไร มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจําเป็นจะต้องมีการ กําหนดกระบวนงานเพื่อให้ดําเนินงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์และตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมาย
          เมื่อเกิดกระบวนงานเพื่อยกระดับการบริการภาครัฐของ สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็นํากระบวนงานดังกล่าวมาจัดวางระบบควบคุมภายใน เครื่องมือหนึ่งที่ใช้เป็นกลไกที่จะทํา ให้หน่วยงานของรัฐบรรลุประสงค์ที่ตั้งไว้ คือ การควบคุมภายใน ไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้านหนึ่ง หรือ หลายด้าน ได้แก่ ด้านการดําเนินงาน ด้านการรายงาน และด้านการปฏิบัติตาม กฎหมาย ระเบียบ และ ข้อบังคับ การควบคุมภายในนั้นเป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงานตามปกติของหน่วยงาน ของรัฐ เป็นสิ่งที่ต้องกระทําอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง โดยบุคลากรของหน่วยงานของรัฐ โดยผู้กํากับดูแล ฝ่ายบริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ตรวจสอบภายใน เป็นผู้มีบทบาทสําคัญ ในการทําให้มีการควบคุมภายในเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่ เพียงการกําหนดนโยบาย ระบบงาน คู่มือ การปฏิบัติงานและแบบฟอร์มดําเนินงานเท่านั้น หากแต่ต้องมีการปฏิบัติให้สามารถสร้างความเชื่อมั่น อย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานได้โดยรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 62 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัย การเงิน การคลังเพื่อให้ฐานะการเงินการคลังมีเสถียรภาพมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น จึงได้กําหนด พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 หมวด 4 การบัญชี การรายงาน และ การตรวจสอบ มาตรา 75 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน และ การบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกําหนด ซึ่งการควบคุมภายในถือเป็นปัจจัยสําคัญที่จะช่วยให้การดําเนินงานตามภารกิจมีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ประหยัด และช่วยป้องกันหรือลดความเสี่ยงจากการผิดพลาด ความเสียหาย ความสิ้นเปลือง ความสูญเปล่า ของการใช้ทรัพย์สิน หรือการกระทําอันเป็นการทุจริต ตามมาตรฐานการควบคุมภายในสําหรับหน่วยงานของรัฐนี้