blackribbon

สดช.จัดรับฟังความคิดเห็นแนวทางการใช้ดิจิทัลกับการทำนาข้าว

นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในการประชุม เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผ่านกลไกลของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้แทนศูนย์พัฒนานโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยเทคโนโลยีดิจิทัลกับการทำนาข้าว เข้าร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผลไม้และยางพาราให้เกิดประโยชน์สูงสุด ณ ห้อง BB 202 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นางวรรณพร กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ในฐานะหน่วยงานที่กำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาและการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางด้านดิจิทัล และด้านการเกษตรของหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ทั้งในส่วนที่เป็นงานวิจัย และส่วนที่ได้รับการพัฒนาเป็นนวัตกรรมแล้ว จึงได้ดำเนินการศึกษาแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อจัดทำนโยบายสาธารณะตามกระบวนการห้องปฏิบัติการนโยบายสาธารณะ (Policy Lab) โดยผ่านการทำงานร่วมกับกลไกของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เครือข่ายงานวิจัยของประเทศ หน่วยงานภาคการเกษตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนตอบโจทย์นโยบายที่มีเกษตรกรเป็นศูนย์กลางได้อย่างแท้จริง สามารถหาช่องทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในภาคเกษตรกรรมเพื่อช่วยเพิ่มผลิตภาพในการผลิต ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคส่วนต่าง ๆ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกระดับสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายหนึ่งของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สอดคล้องกับภาคเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นรากฐานของการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศและของโลก ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนแรงงานภาคเกษตรกรรมร้อยละ 35 ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ และมีที่ดินทำการเกษตรครอบคลุมถึง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั่วประเทศ แต่ในปีที่ผ่านมาภาคเกษตรกลับมีสัดส่วนในมูลค่าผลิตภัณฑ์รวมภายในประเทศเพียงร้อยละ 5.7 ซึ่งเติบโตช้ากว่าในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ