รายละเอียดข่าว

ลดช.นำทีมคณะผู้บริหารดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าศึกษาดูงานบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนภาครัฐไปสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)

(วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563) นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติพร้อมด้วยนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และเจ้าหน้าที่ของ สดช.นำทีมคณะผู้บริหารดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมภายใต้โครงการจัดทำหลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (CIO) เข้าศึกษาดูงานที่บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด เพื่อดูเทคโนโลยีและ Solution สำหรับหน่วยงานในลักษณะต่าง ๆ เช่น 5G, Infrastructure, data center, Innovation Technology, นวัตกรรม Al, Education innovation ideas, Smart city, Face Recognition หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในทางธุรกิจต่าง ๆ และด้านความมั่นคง ซึ่งแบ่งการศึกษาดูงานเป็น 2 ส่วน คือ

  • (1.) ศูนย์นวัตกรรมโซลูชั่นและการเรียนรู้ เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมระดับโลก ที่ทันสมัย โดยเปิดอกาสให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสประสบการณ์ รวมถึงออกแบบ พัฒนา และสร้างสรรค์โซลูชั่น และแอพพลิเคชั่นด้านไอซีทีขึ้นเองได้ โซนจัดแสดงภายในศูนย์ CSIC ได้รวบรวมเอาตัวอย่างเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ ไว้ ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดแสดงนวัตกรรมทางเทคโนโลยี 5G และ Digital Transformation ซึ่งเทคโนโลยี 5G จะมีบทบาทสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทุกอุตสาหกรรมให้เป็นดิจิทัล เช่น ภาคเกษตรกรรม ภาคสาธารณสุขภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ โดยศูนย์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และผลักดันให้ไทยได้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีของภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สนับสนุนและยกระดับการสร้างสรรค์นวัตกรมเพื่อบริการที่ขับคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G ด้วยแพลตฟอร์มการทำงานแบบข้ามอุตสาหกรรม ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และธุรกิจสตาร์ทอัพ นำไปสู่การสร้างระบบนิเวศ 5G
  • (2.) Huawei OpenLab Bangkokเป็นแห่งที่ 7 ของโลก ต่อจากชูโจว เม็กซิโก มิวนิก สิงคโปร์ โจฮันเนสเบิร์กและดูไบ ตั้งอยู่ ณ อาคารจี ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ของบริษัทแห่งใหม่ในประเทศไทยเพื่อกระตุ้นพัฒนานวัตกรรม OpenLab จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน ไปสู่ยุคดิจิทัลแก่ลูกค้าและพันธมิตรต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม โดยจะเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดและดาต้าเซ็นตอร์ ช่วยแก้ปัญหาการทดสอบโซลูชั่นการใช้งานต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม ทั้งยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม และให้บริการฝึกอบรมด้านไอซีที ที่จะโฟกัสเป็นพิเศษ คือ สมาร์ทซิตี้, sale city และ smart grid การเงิน การศึกษา การขนส่ง และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ศูนย์ OpenLab Bangkok จะสามารถฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ คนต่อปี พัฒนาบุคลากรที่ผ่านประกาศนียบัตรรับรอง ด้านอาชีพ " Huawei Certification" 500 คนต่อปี สามารถรองรับโครงการทดสอบแนวคิดราว 150 คนต่อปี และหวังว่าจะสามารถสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพด้านไอซีทีได้มากกว่า 20 รายทุกปี