รายละเอียดข่าว

รมว.ดีอีเอส ลงพื้นที่ ครม. สัญจรพร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน จ.พังงา ส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 2 – 3 พฤศจิกายน 2563 เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว พร้อมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2563 ณ จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ระนอง และสตูล) เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว ส่งเสริมการลงทุนระยะยาว ซึ่งจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงาเป็นพื้นที่สำคัญที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลบ่อแสน อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจรากฐานของประเทศให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในเวทีโลกและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพสูงครอบคลุมทั่วประเทศ

นายพุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของรัฐบาล ได้ดำเนินโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนขึ้น เพื่อผลักดันการเรียนรู้และต่อยอดเทคโนโลยีด้านดิจิทัล ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศให้สามารถค้นหาข้อมูล เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลให้คนไทยทุกคนได้ใช้บริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยหวังว่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเพิ่มขีดความสามารถของประชาชน และการสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลจนสามารถนำสินค้าในชุมชนไปต่อยอดขายในแพลตฟอร์มการค้าขายออนไลน์ให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมจนเกิดระบบนิเวศด้านดิจิทัลที่ยั่งยืน ต่อไป

การปรับเปลี่ยนบทบาทของศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนจากการ การ “สร้างโอกาส” มาเป็น “การเพิ่มคุณค่า” เป็นปรัชญาหลักของการดำเนินงานเทเลเซ็นเตอร์ ภายใต้ชื่อ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” บนแนวคิดการทำงานเชิงบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐในระดับชุมชน โดยใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชน เป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนกับรัฐ ใช้เป็นช่องทางการรับบริการอิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านสื่อต่าง ๆ ดังนั้น บทบาทสำคัญของศูนย์ดิจิทัลชุมชนจึงได้แก่ ให้บริการและแนะนำการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ มีการทำงานเชิงรุกด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ด้วยการเพิ่มรายได้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การขายสินค้าออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวชุมชนทั้งระบบ การรับงานไปทำที่บ้าน รวมถึงการสร้างงานลักษณะใหม่ ๆ ผ่านช่องทางดิจิทัลฯลฯ สนับสนุนให้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนมีการดำเนินงานในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)

นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ดิจิทัลชุมชนตำบลกะเฉด จะใช้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นแหล่งบริการด้านดิจิทัลให้แก่คนในชุมชน อีกทั้ง ยังได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ที่ขาดแคลนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากรในการให้ความรู้แก่นักเรียนในพื้นที่ตำบลบ่อแสน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการค้าขายสินค้าออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งมีสินค้าชุมชนที่สำคัญ คือ ลูกชก น้ำผึ้ง ข้าวเหนียวนั่งห้าง ผ้าคลุมฮิยาบ ชุดสตรีมุสลิม ดอกไม้ดิน ผ้าบาติก กะเป๋าสาน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านดิจิทัลที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ต่อไป

ศูนย์ดิจิทัลชุมชนจึงต้องมีบทบาทของการเป็นจุดให้บริการประชาชน เป็นตัวแทนของรัฐในระดับชุมชน (ระดับตำบลหรือหมู่บ้าน) ทำหน้าที่ถ่ายทอดนโยบายรัฐสู่การปฏิบัติ สื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน แนะนำและส่งเสริมการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัล สนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการซื้อขายสินค้าและบริการ ประชาสัมพันธ์ชุมชน รวบรวมข้อมูล ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชน ฯลฯ ดังนั้น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผลักดันให้ศูนย์ดิจิทัลชุมชนเป็นศูนย์กลางของชุมชนด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น การจัดการเรียนรู้ การรวมตัวของกลุ่มอาชีพ ประชุม รับชมสิ่งที่รัฐต้องการสื่อถึงประชาชน หรือสื่ออื่น ๆ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกัน