BDE เผยตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัล ปี 2567 ขยายตัว 5.7% คิดเป็น 2.2 เท่า ของ GDP โดยรวม มูลค่ารวม 4.44 ล้านบาท สะท้อนเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
BDE เผยตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัล ปี 2567 ขยายตัว 5.7% คิดเป็น 2.2 เท่า ของ GDP โดยรวม มูลค่ารวม 4.44 ล้านบาท สะท้อนเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญในการจัดทำ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) โดยเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ในการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลจากเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Contribution to Gross Domestic Product (GDP) และสรุปผลเป็นตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ Thailand Digital GDP เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลการวัดมูลค่าในระดับนานาชาติได้อย่างมีมาตรฐานสากล และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการวางแผน การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป ที่ผ่านมามีการจัดแถลงผลตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งในแต่ละปีจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์การเติบโตด้านดิจิทัลของประเทศไทยและทั่วโลก
ในปี 2567 พบว่า เศรษฐกิจดิจิทัลช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดย Broad Digital GDP (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) ประมาณการว่าขยายตัวร้อยละ 5.7 คิดเป็น 2.2 เท่า ของ GDP โดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 (สศช. ประมาณการ) ในด้านการค้าต่างประเทศ คาดว่าการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัล (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) จะขยายตัวร้อยละ 17.2 คิดเป็น 2.8 เท่า ของการส่งออกสินค้าและบริการโดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 6.1 (สศช. ประมาณการ)
ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้สรุปประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญ ในปี 2567 แบ่งเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. เศรษฐกิจโดยรวม
Broad Digital GDP (CVM) มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลแบบกว้าง มีมูลค่า 4.44 ล้านล้านบาท มีการขยายตัวร้อยละ 5.7 จากปี 2566 และคิดเป็นการขยายตัว 2.2 เท่า ของการขยายตัวของ GDP โดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณการ)
2. ด้านการลงทุน
การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชน (CVM) มีการขยายตัวร้อยละ 2.8 จากปี 2566 ในขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลภาครัฐบาลขยายตัวที่ร้อยละ 4.5 จากปี 2566 ปัจจัยสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน และ การลงทุนภาครัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐบาล ที่ขยายตัวจากฐานที่ติดลบในปีก่อนหน้า
3. ด้านการบริโภค
การบริโภคภาคเอกชนในอุตสาหกรรมดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 5.6 สูงกว่าการขยายตัวของการบริโภคของประเทศที่เท่ากับร้อยละ 4.8 สำหรับการบริโภคภาครัฐบาล ขยายตัวร้อยละ 11.4 จากการเร่งการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สินค้าดิจิทัลเป็นสินค้าที่มีความต้องการบริโภคในระดับสูงทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและเอกชน
4. ภาคการค้าและบริการ
ในปี 2567 มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการอุตสาหกรรมดิจิทัล ขยายตัวร้อยละ 17.2 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 5.1 สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.1 จากเดิมที่ขยายตัวร้อยละ 2.1 ในปีที่ผ่านมา
ในด้านการนำเข้าสินค้าและบริการดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 9.0 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ขยายตัวร้อยละ 3.0 ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการนำเข้าสินค้าและบริการของประเทศ อุตสาหกรรมดิจิทัล จึงเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในการสร้างเม็ดเงินจากเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพาสินค้าดิจิทัลทั้งที่เป็นสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นสุดท้าย ตลอดจนสื่อดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ จึงทำให้เมื่อการส่งออกสินค้าขยายตัวจะมีผลทำให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
5. ภาคการผลิต
ในปี 2567 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศด้านดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 5.71 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.75 ตามการขยายตัวของการผลิตในทุกหมวดอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (+12.64%) และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (+10.00%) ตามลำดับ
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ที่มาของการเติบโต (Source of growth) พบว่า เกือบร้อยละ 80 ของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศด้านดิจิทัลเป็นผลจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (+1.90%) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (+1.36%) และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ (+1.27%) ตามลำดับ
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมหมวดโทรคมนาคมมีผลต่อการเติบโตโดยรวมสูงเกือบ 1 ใน 3 ของการขยายตัวทั้งหมด โดยกิจกรรมการผลิตที่ขยายตัวสูงในปีนี้ ได้แก่ การผลิตเคเบิลเส้นใยนำแสง การขายส่งและการขายปลีกโทรศัพท์ และอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคม
ดร.เวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 17 ในปี 2567 สืบเนื่องมาจากทิศทางการขยายตัวของการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลของโลก จากสถิติองค์การการค้าโลก (World Trade Organization) คาดว่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 4 (ครึ่งปี 2567) และบริการดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 8 (ไตรมาสที่ 1 ปี 2567)
สำหรับการส่งออกสินค้าดิจิทัลที่ขยายตัวสูง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น และ กลุ่มบริการดิจิทัลที่ขยายตัวสูง เช่น บริการดิจิทัลที่เกี่ยวกับการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ที่ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 35.6 ล้านคน (กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา) บริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบริการจองผ่านระบบออนไลน์ หรือ OTA (Online Travel Agency) ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการให้บริการทางออนไลน์ และบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ อาทิ การประกันชีวิตและประกันภัย การบริการส่วนบุคคล และการส่งออกบริการธุรกิจอื่น ๆ เป็นต้น
“เศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2567 ขยายตัวได้ดี และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยการลงทุนและการบริโภคภาครัฐด้านดิจิทัล รวมทั้งการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัล เป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ในขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชนยังไม่ขยายตัว และเชื่อว่าในปี 2568 และ 2569 การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชน จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญอย่างแน่นอน” ดร.เวทางค์กล่าว
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีภารกิจสำคัญในการจัดทำ โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) โดยเป็นการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้ในการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลจากเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Contribution to Gross Domestic Product (GDP) และสรุปผลเป็นตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลหรือ Thailand Digital GDP เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบผลการวัดมูลค่าในระดับนานาชาติได้อย่างมีมาตรฐานสากล และใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการวางแผน การกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศต่อไป ที่ผ่านมามีการจัดแถลงผลตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งในแต่ละปีจะเห็นตัวเลขเศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์การเติบโตด้านดิจิทัลของประเทศไทยและทั่วโลก
ในปี 2567 พบว่า เศรษฐกิจดิจิทัลช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดย Broad Digital GDP (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) ประมาณการว่าขยายตัวร้อยละ 5.7 คิดเป็น 2.2 เท่า ของ GDP โดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 (สศช. ประมาณการ) ในด้านการค้าต่างประเทศ คาดว่าการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัล (ราคาที่แท้จริง หรือ CVM) จะขยายตัวร้อยละ 17.2 คิดเป็น 2.8 เท่า ของการส่งออกสินค้าและบริการโดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 6.1 (สศช. ประมาณการ)
ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้สรุปประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัลที่สำคัญ ในปี 2567 แบ่งเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. เศรษฐกิจโดยรวม
Broad Digital GDP (CVM) มูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัลแบบกว้าง มีมูลค่า 4.44 ล้านล้านบาท มีการขยายตัวร้อยละ 5.7 จากปี 2566 และคิดเป็นการขยายตัว 2.2 เท่า ของการขยายตัวของ GDP โดยรวมที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประมาณการ)
2. ด้านการลงทุน
การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชน (CVM) มีการขยายตัวร้อยละ 2.8 จากปี 2566 ในขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลภาครัฐบาลขยายตัวที่ร้อยละ 4.5 จากปี 2566 ปัจจัยสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน และ การลงทุนภาครัฐบาล โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐบาล ที่ขยายตัวจากฐานที่ติดลบในปีก่อนหน้า
3. ด้านการบริโภค
การบริโภคภาคเอกชนในอุตสาหกรรมดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 5.6 สูงกว่าการขยายตัวของการบริโภคของประเทศที่เท่ากับร้อยละ 4.8 สำหรับการบริโภคภาครัฐบาล ขยายตัวร้อยละ 11.4 จากการเร่งการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สินค้าดิจิทัลเป็นสินค้าที่มีความต้องการบริโภคในระดับสูงทั้งในส่วนของภาครัฐบาลและเอกชน
4. ภาคการค้าและบริการ
ในปี 2567 มูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการอุตสาหกรรมดิจิทัล ขยายตัวร้อยละ 17.2 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 5.1 สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกสินค้าและบริการของประเทศที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.1 จากเดิมที่ขยายตัวร้อยละ 2.1 ในปีที่ผ่านมา
ในด้านการนำเข้าสินค้าและบริการดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 9.0 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ขยายตัวร้อยละ 3.0 ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการนำเข้าสินค้าและบริการของประเทศ อุตสาหกรรมดิจิทัล จึงเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงในการสร้างเม็ดเงินจากเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยยังคงพึ่งพาสินค้าดิจิทัลทั้งที่เป็นสินค้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นสุดท้าย ตลอดจนสื่อดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ จึงทำให้เมื่อการส่งออกสินค้าขยายตัวจะมีผลทำให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
5. ภาคการผลิต
ในปี 2567 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศด้านดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 5.71 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 2.75 ตามการขยายตัวของการผลิตในทุกหมวดอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงสุด 2 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ (+12.64%) และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (+10.00%) ตามลำดับ
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ที่มาของการเติบโต (Source of growth) พบว่า เกือบร้อยละ 80 ของการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศด้านดิจิทัลเป็นผลจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (+1.90%) อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล (+1.36%) และอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ (+1.27%) ตามลำดับ
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมหมวดโทรคมนาคมมีผลต่อการเติบโตโดยรวมสูงเกือบ 1 ใน 3 ของการขยายตัวทั้งหมด โดยกิจกรรมการผลิตที่ขยายตัวสูงในปีนี้ ได้แก่ การผลิตเคเบิลเส้นใยนำแสง การขายส่งและการขายปลีกโทรศัพท์ และอุปกรณ์การสื่อสารโทรคมนาคม
ดร.เวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลที่ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 17 ในปี 2567 สืบเนื่องมาจากทิศทางการขยายตัวของการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัลของโลก จากสถิติองค์การการค้าโลก (World Trade Organization) คาดว่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 4 (ครึ่งปี 2567) และบริการดิจิทัลขยายตัวร้อยละ 8 (ไตรมาสที่ 1 ปี 2567)
สำหรับการส่งออกสินค้าดิจิทัลที่ขยายตัวสูง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เป็นต้น และ กลุ่มบริการดิจิทัลที่ขยายตัวสูง เช่น บริการดิจิทัลที่เกี่ยวกับการให้บริการด้านการท่องเที่ยว ที่ปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 35.6 ล้านคน (กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา) บริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบริการจองผ่านระบบออนไลน์ หรือ OTA (Online Travel Agency) ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน รวมถึงการให้บริการทางออนไลน์ และบริการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ อาทิ การประกันชีวิตและประกันภัย การบริการส่วนบุคคล และการส่งออกบริการธุรกิจอื่น ๆ เป็นต้น
“เศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2567 ขยายตัวได้ดี และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยการลงทุนและการบริโภคภาครัฐด้านดิจิทัล รวมทั้งการส่งออกสินค้าและบริการดิจิทัล เป็นปัจจัยหลักในการส่งเสริมการเติบโตด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ในขณะที่การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชนยังไม่ขยายตัว และเชื่อว่าในปี 2568 และ 2569 การลงทุนด้านดิจิทัลภาคเอกชน จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยยะสำคัญอย่างแน่นอน” ดร.เวทางค์กล่าว
#BDE
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
#ThailandDigitalEconomy2024 #DigitalGDP
กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
Tags : Digital GDP
