รายละเอียดข่าว

BDE เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ. ดีอี ต่อยอดการใช้ประโยชน์กฎหมายดิจิทัล เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยี

BDE เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น พ.ร.บ. ดีอี ต่อยอดการใช้ประโยชน์กฎหมายดิจิทัล เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มุ่งสร้างศักยภาพเศรษฐกิจและสังคม ลดความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงเทคโนโลยี

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2568) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ดีอี) ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมกว่า 100 คน อาทิ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (dapa) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสรรพสามิต สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นต้น ณ ห้องประชุมแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล กรุงเทพฯ

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ร.บ.ดีอี) มุ่งส่งเสริมการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ โดยวางโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน และสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน กฎหมายนี้ยังรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ สนับสนุนการใช้ดิจิทัลในการบริการและทำธุรกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

“พ.ร.บ.ดีอี มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และพัฒนาคลังข้อมูลดิจิทัล ซึ่งมาตรา 5 และมาตรา 6 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามข้อเสนอของคณะกรรมการดิจิทัลดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งดำเนินการให้สอดคล้อง ประกอบกับการพัฒนาดิจิทัลเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพทั่วประเทศ อีกทั้งยังจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล นวัตกรรม และธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยมีกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) สนับสนุนเงินทุนแก่โครงการพัฒนาดิจิทัล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัย และบุคลากร สำหรับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน” นายเวทางค์ฯ กล่าว

สำหรับ พ.ร.บ. ดีอี ขณะนี้ครบรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ คือกฎหมายมีผลบังคับใช้อย่างน้อย 5 ปี วันนี้จึงเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบสนองความต้องการของภาครัฐและเอกชน และสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในการเข้าถึงนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่พบปัญหาสำคัญในการบังคับใช้กฎหมาย จึงถือว่า พ.ร.บ. ดีอี บรรลุวัตถุประสงค์ในระดับหนึ่ง

ดังนั้นในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พ.ร.บ. ดีอี จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความท้าทายทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) บล็อกเชน (Blockchain) เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum technology) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) การปรับปรุงกฎหมายอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ยั่งยืนและครอบคลุมสำหรับทุกคน

ในส่วนการประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เป็นการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดเก็บและข้อเสนอแนะ พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.ดีอี) ภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ในรูปแบบของแบบสอบถามออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) และการสัมภาษณ์เชิงลึกของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้ไปเป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

สำหรับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะในการจัดเก็บข้อมูลภายใต้โครงการฯ สามารถสรุปผลจากการมีส่วนร่วมได้หลายประเด็นด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น หมวดที่ 1 การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 1) การที่นโยบายและแผนระดับชาติกำหนดแผนไว้ตั้งแต่ปี 2560 – 2580 หากในระหว่างที่มีการบังคับใช้แผนมีการเปลี่ยนแปลงแผนหรือเทคโนโลยีระหว่างนั้น จะมีการปรับปรุงแผนตามยุคสมัยได้มากขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ ในแผนที่เป็นการส่งเสริมมากกว่าการตีกรอบ แต่อาจจะมีกรอบกว้าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า พระราชบัญญัตินี้ควรพูดถึงแผนการส่งเสริมเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มเติมด้วย 2) ควรระบุเรื่องธรรมาภิบาล (good governance) ลงไปในพระราชบัญญัตินี้ และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลฯ ควรเพิ่มประเด็นวิทยาการวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) หมวดที่ 2 คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการเฉพาะด้าน 1) องค์ประกอบของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามมาตรา 7 ควรเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวเข้าไปด้วย เนื่องจากมีเรื่อง “Smart Travel” อยู่แล้ว ซึ่งจะช่วยผลักดันเรื่อง Digital Tourism หมวด 3 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 1) ตั้งข้อสังเกตว่าแต่ละแผนงานมีการมอบหมายหน่วยงานใดให้รับผิดชอบหรือไม่ หรือมีการส่งแผนให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือไม่ หมวด 4 กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 1) ควรเพิ่มเติมรางวัลนำจับจากกองทุนเรื่องการควบคุมเรื่องเว็ปพนัน แก๊งคอลเซนเตอร์ 2) คณะกรรมการเฉพาะด้าน ควรให้มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วย 3) ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนดีอี ควรเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแทน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และหมวดที่ 5 การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เรื่องอายุของผู้อำนวยการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลมีความแตกต่างจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นต้น

โดยหลังจากการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว BDE ได้นำผลจากการมีส่วนร่วมและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมประชุมทุกภาคส่วน มาใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีกฎหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 77 วรรคสอง รวมทั้งการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องภายใต้โครงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป


#BDE
#สำนักงานคณะกรรมการดีอี
#สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
#ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม