รายละเอียดข่าว

สดช.จัดประชุมกรอบการวัดมูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) ระยะที่ 2

สดช.จัดประชุมกรอบการวัดมูลค่าของกิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการวัดมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล กิจกรรมการวัดระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) ระยะที่ 2

วันนี้ (5 ตุลาคม 2563) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกรอบการวัดมูลค่าฯ ให้ครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการวัดมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล กิจกรรมการวัดระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Contribution to GDP) ระยะที่ ๒ ณ ห้องบีบี 202 ชั้น 2 โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

นายเอกพงษ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยของเรากำลังเข้าสู่สังคมแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบที่สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการขายสินค้าและบริการ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในด้านต่าง ๆ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการวัดมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัล กิจกรรมการวัดระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอันเป็นผลมาจากเทคโนโลยีดิจิทัล(Digital Contribution to GDP) ซึ่งได้ศึกษาวิจัย สำรวจ และวิเคราะห์ประเด็นทางเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้รับรู้ร่วมกันถึงความสำคัญของการจัดทำข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นระบบ สามารถร่วมมือกันในการพัฒนาข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการระบุระดับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

 และในปี 2563 นี้ ได้มีการศึกษาต่อยอดโดยเน้นการกำหนดขอบเขต และการจัดประเภทกิจกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล, กลุ่มกิจกรรมเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับโครงสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลของ สดช. ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลอย่างเป็นระบบ และการจัดทำบัญชีประชาชาติของประเทศ สดช. คาดหวังว่าผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ จะสามารถนำไปสู่การพัฒนาและจัดทำ Digital Economy Satellite Accounts หรือ DESA ของประเทศไทยในอนาคต โดยจะทำให้ไทยเป็นประเทศในลำดับต้น ๆ ของโลกที่มีความก้าวหน้าในเรื่องของการพัฒนาการวัดมูลค่าและจัดทำข้อมูลเศรษฐกิจดิจิทัล (หรือ Measurement of the Digital Economy)