รายละเอียดข่าว

สดช. จับมือ 6 หน่วยงาน เร่งพัฒนาพลเมืองดิจิทัล (Thailand Digital Citizen) สู่มาตรฐานระดับสากล

เมื่อวันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาพลเมืองด้านการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy for Digital Citizenship MOU) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ร่วมกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมาคมวิศวกรรมชีวการแพทย์ไทย และสมาคมอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมี นางปิยนุช วุฒิสอน เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามดังกล่าว
เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า จากสถานภาพของประเทศไทย มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่จะสามารถพัฒนาสู่การเป็นสังคมดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชาชนไทย 69.2 ล้านคน ที่อาศัยในพื้นที่เขตเมืองและพื้นที่ชนบท ต่างเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี ก่อให้เกิดความเป็นดิจิทัลของประเทศไทย โดยการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวสู่ความพร้อมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล จึงมีการปรับเปลี่ยนบริบทของหน่วยงานภาครัฐ จาก ICT สู่ Digital Economy and Society ในช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ริเริ่มนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล จนนำมาสู่การปรับเปลี่ยนบทบาทและภารกิจจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในปี 2559 พร้อมกับการจัดตั้งหน่วยงานใหม่คือ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. ด้วยความคืบหน้าดังกล่าว เราได้ก้าวสู่การเป็นอนุภูมิภาคชั้นนำ มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมสร้างความเป็นประชาคมอาเซียนในช่วงที่ผ่านมาและต่อไปในอนาคต
ทั้งนี้ การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดย สดช. มีภารกิจสำคัญที่จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ได้แก่ การจัดทำร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่างนโยบายและแผนเฉพาะด้าน รวมถึงการเป็นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการเฉพาะด้าน เป็นศูนย์กลางประสานงานและติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายและแผนระดับชาติฯ และรายงานผลต่อคณะกรรมการฯ อีกทั้งยังติดตามความเคลื่อนไหวการพัฒนาดิจิทัลฯ วิเคราะห์ประเด็นทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ รวมถึงส่งเสริมสนับสนุน หน่วยงานรัฐ เอกชน หรือบุคคลทั่วไป ในการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผ่านกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
และเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ. 2561 – 2580) และได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 เมษายน 2562 โดยนโยบายและแผนระดับชาติดังกล่าว จะแสดงเป็นภูมิทัศน์ของประเทศไทยในระยะเวลา 20 ปี ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทย มุ่งเน้นการพัฒนาระยะยาวอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จากกรอบการดำเนินการของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นั้น ขับเคลื่อนด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการดำเนินงานที่สำคัญส่วนหนึ่ง ทั้งที่ได้ดำเนินการไปแล้วและอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อสร้างและวางรากฐานการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระยะที่ 1 หรือ Digital Foundation ตามภูมิทัศน์ดิจิทัลของประเทศไทยของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ดังนั้น ในการขับเคลื่อนด้านดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยกลไกการขับเคลื่อนตาม พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 ควบคู่กับ การกำหนดกลไกสนับสนุน ทั้งในส่วนของกลไกการพัฒนายุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน กลไกการบูรณาการการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และกลไกการติดตามประเมินผล และติดตามสถานการณ์
จากนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มุ่งเป้าสู่การพัฒนาและเชื่อมต่อเทคโนโลยีดิจิทัล อินเทอร์เน็ต การสื่อสาร การสร้างรายได้ให้กับคนเมืองและชนบท โดยโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนา และอีกสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คือ การพัฒนาความรู้ความเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy) ให้กับพลเมืองไทย เพื่อก้าวสู่การใช้ดิจิทัลในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ลดช่องว่างทางด้านดิจิทัล (Digital Divide) ระหว่างชุมชนเมืองและชนบท ด้วยเทคโนโลยี ด้วยการประยุกต์ใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยได้กำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาในระยะ 10 ปี เป้าหมายที่ 3 พัฒนาทุนมนุษย์สู่ยุคดิจิทัล ด้วยการเตรียมความพร้อมให้บุคลากรทุกกลุ่ม มีความรู้และทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล คือ ประชาชนมีความสามารถในการพัฒนาและใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพมีความตระหนัก ความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ (Digital Literacy)