รายละเอียดข่าว

สดช.รับมือ “Disruptive Technology” พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส

สํานักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดประชุมสัมมนาวิชาการ “เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส” เตรียมความพร้อมรับมือ Disruptive Technology และปรับกลยุทธ์องค์กรเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการต่อตลาดหรือผู้บริโภคให้ทันต่อการเข้ามาของยุคดิจิทัล

นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อสังคม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ “เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส” ภายใต้โครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบการเตรียมความพร้อม โดยระบุว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมอยู่ตลอดเวลา โดยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็น Big data AI Robotic และ 3D Printing ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน ส่งผลกระทบทั้งทางด้านบวกและด้านลบต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในทุกภาคส่วน ทำให้ทุกภาคส่วนต้องปรับกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการต่อตลาดหรือผู้บริโภคให้ทันต่อการเข้ามาของยุคดิจิทัล รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศ

สดช.ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ดำเนินโครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบ การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับ Disruptive Technology ในบริบทเศรษฐกิจและสังคมไทย และสถานการณ์การพัฒนาดิจิทัลในอนาคต เพื่อจัดทำเป็นมาตรการหรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรับมือกับผลกระทบของ Disruptive Technology ในบริบทของประเทศไทย ทั้งในภาพรวมและในรายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยในเบื้องต้นได้ดำเนินการศึกษา 7 กลุ่ม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมค้าปลีก ภาคการเกษตร อุตสาหกรรมสื่อ ภาคบริการขนส่งผู้โดยสารทางบก บริการโรงแรม และอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ

“ที่ผ่านมามีการศึกษาแนวโน้มของเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน การนำเทคโนโลยีไปใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้จัดประชุมระดมสมองรายอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแต่ละอุตสาหกรรม และการสัมมนาในวันนี้ (9 ม.ค.63) เป็นการนำเสนอผลการศึกษาดังกล่าวที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมทั้งนำเสนอมาตรการและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทั้งในมุมมองของภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวของทุกภาคส่วนในสังคม นอกจากนี้ เพื่อให้ประเทศของเราสามารถขับเคลื่อนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศได้ด้วยนโยบายทางด้านดิจิทัล และรองรับประเด็นผลกระทบของ Disruptive Technology ในบริบทของประเทศไทย สดช.ได้เตรียมการทั้งในด้านนโยบายและแผน โครงสร้างพื้นฐาน และกฎหมายดิจิทัล เช่น นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (พ.ศ.2561 – 2580 ) เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย 5G พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ.2562 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 เป็นต้น รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนากำลังคนดิจิทัล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัล และทักษะด้านดิจิทัลพื้นฐานสำหรับประชาชน เพื่อให้มีสมรรถนะในการใช้ข้อมูล เพื่อสื่อสารในสังคมดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม”นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ กล่าว

การประชุมสัมมนา“เศรษฐกิจไทยในยุค Disruptive Technology : พลิกความปั่นป่วนเป็นโอกาส” ภายใต้โครงการวิเคราะห์วิจัยผลกระทบการเตรียมความพร้อม รับมือ Disruptive Technology จัดขึ้น ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ รัชดา มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชน อาทิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด สหกรณ์แท็กซี่สยาม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสัมมนา จำนวนประมาณ 500 คน