สดช. ร่วมทีมรองนายกตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ
นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ นำโดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชนอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ มอบหน่วยงานในสังกัดฯ ร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นพัฒนารูปแบบศูนย์ดิจิทัลฯ ให้มีบริการภาครัฐที่ตรงกับความต้องการของประชาชนและชุมชน
วันที่ 7 พ.ค. 61 เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงฯ และนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการ สดช. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ดิจิทัลชุมชนบ้านกอก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ มีนายณรงค์ วุ้นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนชาวอำเภอจัตุรัส ให้การต้อนรับ โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ เป็น 1 ในจำนวน 1,000 แห่ง ที่จัดตั้งขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษามหาราช และ 80 พรรษามหาราชินี เมื่อปี 2554 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เป็นศูนย์ขนาดกลางที่มีคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 16 ชุด โดยมีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.อำเภอจัตุรัส เป็นผู้ดูแล ให้บริการแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชน ให้เข้าถึงบริการของภาครัฐ (e-Services) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบ่งปันประสบการณ์ระหว่างชุมชน เช่น การสร้างเพจเพื่อขายสินค้าและบริการ การใช้แอปพลิเคชั่น เพื่อการสื่อสาร การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเบื้องต้น การขายสินค้าออนไลน์ เพิ่มรายได้ สร้างความรู้ เป็นต้น โดยเปิดให้บริการฟรีและมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตลอดวันทำการ
โอกาสนี้ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดถึงความก้าวหน้าโครงการเน็ตประชารัฐทั่วประเทศ เปิดใช้งานแล้วกว่า 24,700 หมู่บ้าน ตามนโยบาย Thailand 4.0 เพื่อไปสู่ "ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ได้ขยายติดตั้งโครงข่ายเน็ตประชารัฐเฟสที่ 1 เสร็จตามเป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน และในปี 2561 รัฐบาลจะขยายโครงข่ายเน็ตประชารัฐเฟสที่ 2 เพิ่มขึ้นอีก 15,732 หมู่บ้าน ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2561 และเมื่อนำโครงการเน็ตประชารัฐทั้ง 2 เฟส รวมกับหมู่บ้านที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงอยู่แล้ว 30,635 หมู่บ้าน และโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้านพื้นที่ชายขอบอีกจำนวน 3,920 หมู่บ้าน ถือได้ว่าประเทศไทยจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงถึง 74,987 หมู่บ้านครอบคลุมทั่วประเทศ เชื่อมต่อจากโครงข่ายเน็ตประชารัฐไปยังบ้านเรือนของประชาชน โดยผู้ให้บริการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ เพื่อเป็นการลดต้นทุนให้สามารถให้บริการประชาชนได้ในราคาที่เหมาะสม





