รายละเอียดข่าว

สดช.เผยการขับเคลื่อนดิจิทัลของประเทศที่ผ่านมา รอบ 6 เดือน (ต.ค. 60 – มี.ค. 61) และพร้อมเดินหน้าเป็นหน่วยนโยบายด้านการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ


สดช.เผยการขับเคลื่อนดิจิทัลของประเทศที่ผ่านมา รอบ 6 เดือน (ต.ค. 60 – มี.ค. 61)
และพร้อมเดินหน้าเป็นหน่วยนโยบายด้านการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ

        นางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ลดช.) กล่าวว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มี ๔ พันธกิจหลัก คือ

  1. กำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

  2. ส่งเสริมการบูรณาการทุกภาคส่วน

  3. วางรากฐานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ

  4. ส่งเสริมให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและใช้ประโยชน์จาก

       เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เครื่องมือสำคัญควบคู่กับการดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกิจ ต้องมีการนำร่องในการดำเนินการ เพื่อให้ทราบบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ปัญหา อุปสรรคเพื่อหาแนวทางแก้ไขในการนำไปกำหนดทิศทางและวางยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่สามารถปฏิบัติได้จริง

         ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจดีสังคมก็จะดี หรือสังคมดีเศรษฐกิจก็จะดี โดยในช่วง ๖ เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม ๒๕๖๐ – มีนาคม ๒๕๖๑) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงเร่งเดินหน้าดำเนินการนำร่องพัฒนาประเทศด้วยดิจิทัลร่วมกับภาครัฐ เอกชน ในการดำเนินงานในหลายมิติ โดยมีโครงการที่สำคัญ ดังนี้

 ดิจิทัลด้านโครงสร้างพื้นฐานมีการดำเนินการทั้งที่เป็นโครงการนำร่องในพื้นที่ในการโครงการ “Phuket Smart City ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ” โดยดำเนินการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองอัจฉริยะภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงข่ายบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะ,พื้นที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งการให้บริการ Free Wi-Fi ๑,๐๐๐ จุด, ให้บริการข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทาง Mobile Application และ Digital Signage โดยหน่วยงาน องค์กรภาคธุรกิจ ประชาชนในจังหวัดภูเก็ตสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสาร รวมถึงบูรณาการจัดเก็บข้อมูล BigData เพื่อการบริหารเมือง เป็นต้น

       อีกทั้งยังมีโครงการที่ประชาชนสามารถใช้บริการได้ทั่วประเทศ ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือโครงการ Smart Sign On เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะผ่านระบบตรวจสอบสิทธิทั่วประเทศ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆของภาครัฐอย่างเท่าเทียม โดยจัดให้มีระบบตรวจสอบสิทธิ (Smart Sign On) ในการเข้าใช้งานบริการFree Wi-Fi ส่วนกลาง ซึ่งผู้ใช้บริการลงทะเบียนเพียงครั้งเดียวก็สามารถใช้บริการ Free Wi-Fi ผ่านชื่อ  @THWi-Fi ได้ทุกผู้ให้บริการ (ISP)ที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศด้วย Username และ Password เดียวกัน
    ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน ๒๔๘,๖๑๓ ราย และเข้าใช้บริการ (LogIn) แล้ว จำนวนมากกว่า ๒,๗๗๕,๑๐๘ ครั้ง

ดิจิทัลด้านสังคม
     สังคมที่ดีถือเป็นการลดปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำของประเทศ สดช.จึงร่วมกับทุกภาคส่วนดำเนินโครงการ “ป้องกัน Cyber Bullying ลดปัญหาการคุกคามและกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์” โดยทาง สดช.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ,ภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมประสานความร่วมมือ เพื่อต่อต้านปัญหาการกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์ ผ่านกิจกรรมต่างๆโดยมุ่งหวังให้ทุกภาคส่วนร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหา และสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา Cyber Bullying ร่วมกัน

   ที่ผ่านมาได้จัดงานประชุมสัมมนา “สานพลังป้องกัน Cyber Bullying” เพื่อรวบรวมสถานการณ์และความคิดเห็นในการแก้ปัญหาการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อยกระดับสังคมดิจิทัล และปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เน้นแนวทางในการปฏิบัติซึ่งมีการดำเนินการร่วมกันแล้ว เช่น ร่วมกับ บริษัท โทเทิลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ผนึกกำลังเป็นพันธมิตรภาคีร่วมโครงการ “Stop Bullying เลิฟแคร์ไม่รังแกกัน” ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ให้ความรู้ในการรับมือกับการกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ผ่านรายการบ่ายนี้มีคำตอบ และมีแผนที่จะดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนสานต่อให้ประชาชนอยู่กับสังคมดิจิทัลอย่างรู้เท่าทัน โดยดำเนินการตลอดปี ๖๑

   ดิจิทัลด้านเศรษฐกิจนอกจากนี้ทาง สดช.ยังได้ดำเนินการจัดทำ “โครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน กิจกรรม Village E-Commerce (ศึกษาและพัฒนา Village E-Commerce)” ซึ่งเป็นโครงการการพัฒนาต้นแบบหมู่บ้านชุมชนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Village E-commerce เพื่อทำให้ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะ
   
   ผู้ประกอบการในชุมชนให้มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการทำการค้าบนโลกออนไลน์ ผ่านการจัดการอบรมบุคลากรของของศูนย์ดิจิทัลชุมชนจากทั่วประเทศเพื่อสร้างวิทยากรแกนนำ ในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้มีศักยภาพในการขับเคลื่อนและผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างโอกาสในการซื้อขายสินค้าและการรับรู้เรื่องราวของสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ในชุมชนท้องถิ่นของประเทศไทย

เมื่อโครงการสิ้นสุดลง เราได้

  • ผลิตวิทยากร E-Commerce ชุมชน จำนวน ๖๔๓ คน

  • ผู้ประกอบการชุมชน จำนวน ๖,๒๘๕ คน

  • ร้านค้าชุมชน Online จำนว ๔,๕๗๘ ร้านค้า

  • มูลค่าการขาย ๒๑๖ ล้านบาท

  • รูปแบบธุรกิจสำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน ๓ รูปแบบ

ต้นแบบในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

    สดช.ตระหนักถึงการนำนโยบายไปปฏิบัติได้จริง จึงได้จัดทำ “ราชบุรีโมเดล” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องทดสอบการปฏิบัติตามนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนทั้งภาคเอกชน,อุตสาหกรรมและภาคราชการ ให้มีความพร้อมด้านดิจิทัล โดยประชาชนจะได้รับความรู้,ความเข้าใจ และความเท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงจริยธรรมดิจิทัล ตลอดจนการสร้างรายได้และขยายตลาดอีคอมเมิร์ซ ทั้งในและต่างประเทศในธุรกิจนำร่อง e-service  ๕ ด้าน ทั้งด้านการเกษตร ดิจิทัล เศรษฐกิจชุมชน การศึกษา สุขภาพ และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการพัฒนาศักยภาพทางด้านดิจิทัลของจังหวัด ช่วยให้เกิดการกระตุ้นการสร้างผลผลิต นวัตกรรมและคุณค่าที่ดีให้กับเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่เพื่อรับฟังความต้องการของพื้นที่ในการให้สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินำนโยบายไปสู่การปฏิบัติในการนำร่องในจังหวัดราชบุรี โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนในการดำเนินการร่วมกันบรรลุผลตามความต้องการของพื้นที่และเป็นต้นแบบจังหวัดที่พัฒนาศักยภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

   “สดช.เป็นหน่วยงานผู้มีหน้าที่นำแนวนโยบาย ของกระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการในทางปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม ซึ่งทุกโครงการที่กล่าวมาล้วนเป็นประโยชน์ จะช่วยพัฒนาประเทศ อำนวยความสะดวก พัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับทั้งสังคมและเศรษฐกิจประเทศสู่เป้าหมาย ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ได้ในที่สุด”