สัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นการ จัดทำพิมพ์เขียวแพลตฟอร์มการบูรณาการข้อมูลระดับประเทศ
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 นางปิยนุช วุฒิสอน เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นการ จัดทำพิมพ์เขียวแพลตฟอร์มการบูรณาการข้อมูลระดับ ประเทศ (National Data Ecosystem Blueprint) ในส่วน ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมวีวิช ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
โดย เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูปทุกภาคส่วน ของประเทศเพื่อก้าวไปสู่โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” โดยให้ ภาครัฐที่เป็นศูนย์กลางและรากฐานสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องยก ระดับความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถต่อยอดการพัฒนาและนำพาประเทศไปสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่าง แท้จริง จากการศึกษาประเทศผู้นำด้านการพัฒนาดิจิทัล ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศแบบบูรณ าการเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความเชื่อมโยง (Integrated Experience) โดยเน้นการยกระดับการให้ บริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการนำ เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในรูปแบบของการสร้างระบบ หรือแพลตฟอร์มกลางสำหรับ การเชื่อมโยงข้อมูลและการบูรณาการระบบการทำงาน ระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการ ทำงานที่ซ้ำซ้อน ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ เพื่อยกระดับการ ทำงานของภาครัฐให้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือภาค ประชาชนและธุรกิจโดยตรง ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ รัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ จึงได้ดำเนินโครงการจัดทำกรอบ ออกแบบ และพัฒนาการจัดทำระบบนิเวศข้อมูลของชาติ (National Data Ecosystem) เพื่อจัดทำระบบนิเวศข้อมูลที่เอื้อให้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ แม้แต่ประชาชนที่เป็นเจ้าของข้อมูล สามารถนำข้อมูลใน ลักษณะรายธุรกรรมจากหลายช่องทางมาประมวล และวิเคราะห์เชื่อมโยงกันได้ โดยมีการรักษา ความปลอดภัย ความลับข้อมูลส่วนบุคคล และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล ซึ่งจะ สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการ พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในส่วนของการปรับ เปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการทำงานและการให้ บริการภาครัฐ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการทำงาน และขั้นตอนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ สร้างบริการ ของรัฐที่มีธรรมาภิบาล และสามารถให้บริการประชาชน แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล อัตโนมัติ การดำเนินโครงการดังกล่าวจึงเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันให้เกิดคลังข้อมูลของชาติที่มุ้งเน้นให้เกิด การบูรณาการข้อมูลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อตอบสนองและสนับสนุนผู้ใช้ข้อมูลได้อย่างมีคุณภาพ และเกิดประสิทธิภาพในการผลักดันประเทศให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0
โดย เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายการปฏิรูปทุกภาคส่วน ของประเทศเพื่อก้าวไปสู่โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” โดยให้ ภาครัฐที่เป็นศูนย์กลางและรากฐานสำคัญในการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้องยก ระดับความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันเพื่อให้ ภาคธุรกิจและประชาชนสามารถต่อยอดการพัฒนาและนำพาประเทศไปสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้อย่าง แท้จริง จากการศึกษาประเทศผู้นำด้านการพัฒนาดิจิทัล ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศแบบบูรณ าการเพื่อสร้างความต่อเนื่องและความเชื่อมโยง (Integrated Experience) โดยเน้นการยกระดับการให้ บริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการนำ เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในรูปแบบของการสร้างระบบ หรือแพลตฟอร์มกลางสำหรับ การเชื่อมโยงข้อมูลและการบูรณาการระบบการทำงาน ระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการ ทำงานที่ซ้ำซ้อน ไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ เพื่อยกระดับการ ทำงานของภาครัฐให้สะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือภาค ประชาชนและธุรกิจโดยตรง ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของ รัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ จึงได้ดำเนินโครงการจัดทำกรอบ ออกแบบ และพัฒนาการจัดทำระบบนิเวศข้อมูลของชาติ (National Data Ecosystem) เพื่อจัดทำระบบนิเวศข้อมูลที่เอื้อให้ หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ แม้แต่ประชาชนที่เป็นเจ้าของข้อมูล สามารถนำข้อมูลใน ลักษณะรายธุรกรรมจากหลายช่องทางมาประมวล และวิเคราะห์เชื่อมโยงกันได้ โดยมีการรักษา ความปลอดภัย ความลับข้อมูลส่วนบุคคล และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของข้อมูล ซึ่งจะ สอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการ พัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในส่วนของการปรับ เปลี่ยนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการทำงานและการให้ บริการภาครัฐ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปกระบวนการทำงาน และขั้นตอนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ สร้างบริการ ของรัฐที่มีธรรมาภิบาล และสามารถให้บริการประชาชน แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล อัตโนมัติ การดำเนินโครงการดังกล่าวจึงเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันให้เกิดคลังข้อมูลของชาติที่มุ้งเน้นให้เกิด การบูรณาการข้อมูลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อตอบสนองและสนับสนุนผู้ใช้ข้อมูลได้อย่างมีคุณภาพ และเกิดประสิทธิภาพในการผลักดันประเทศให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0
